1. Point Angle (มุมปลายดอกสว่าน)
118° = มาตรฐานสำหรับเหล็กทั่วไป (Mild Steel)
135° = เหมาะกับวัสดุแข็ง เช่น Stainless Steel, Alloy Steel
มุมยิ่งกว้าง ดอกจะเดินนิ่งขึ้น ลดการเบี่ยงศูนย์

- Flute (ร่องคายเศษ)
เป็นร่องเกลียวที่ช่วยลำเลียงเศษออกจากรูเจาะ
คายเศษดี
ลดการติดขัดของเศษ
ลดความร้อนสะสม
Helix Angle (มุมเกลียว)
ปกติอยู่ที่25°–35°
มาตรฐานนิยมใช้ 30°

High Helix สูง → คายเศษดี เหมาะกับอลูมิเนียม
Low Helix ต่ำ → แข็งแรง เหมาะกับวัสดุแข็ง
4. Web (แกนกลางดอกสว่าน)
ส่วนแกนกลางที่เพิ่มความแข็
Web หนา = แข็งแรงขึ้น
รับแรงบิดได้ดีขึ้น
5. Web Thickness (ความหนาแกนกลาง)
ส่งผลโดยตรงต่อ
ความแข็งแรงของดอก
แรงตัด
อายุการใช้งาน
6. Land (ผิวประคองดอก)
ช่วยนำทางดอกสว่านให้เจาะได้ตรง
ลดการสั่น
เพิ่มความแม่นยำของรู
7. Margin (ขอบนำทาง)
เป็นขอบสัมผัสผนังรู
ลดแรงเสียดทาน
ช่วยให้ผิวรูเรียบขึ้น
8. Chisel Edge (คมกลางดอก)
เป็นจุดที่ต้องใช้แรงกดมากที่สุ
หากลับคมถูกต้องจะช่
ช่วยยืดอายุเครื่องมือ
9. Lip Relief Angle (มุมหลังคมตัด)
ปกติ 8°–12°
ช่วยให้คมตัดกัดกินวัสดุได้อย่
Tips
การเลือกดอกสว่านที่เหมาะสม ไม่ได้ดูแค่ “ขนาด”

แต่ต้องเลือก Geometry ของดอกสว่าน ให้เหมาะกับวัสดุงาน เช่น
เหล็กทั่วไป → 118° Standard Point
สแตนเลส → 135° Split Point
อลูมิเนียม → High Helix Geometry
งาน CNC ความเร็วสูง → Carbide Drill Geometry
เพราะ Geometry ที่ถูกต้อง ช่วยให้
อายุการใช้งานยาวขึ้น
คายเศษดีขึ้น
ลดเวลา Cycle Time
ลดต้นทุนต่อชิ้นงาน
Sahatool Engineering
Total Tooling Solutions for Milling • Drilling • Tapping • Aerospace • Mold & Die • Automotive
หากต้องการเลือกดอกสว่านให้เหมาะกับวัสดุและเครื่องจักรของคุณ ทีมวิศวกร STE พร้อมช่วยวิเคราะห์หน้างานจริง เพื่อให้ได้ Productivity
หากต้องการเลือกดอกสว่านให้เหมาะกับวัสดุและเครื่องจักรของคุณ ทีมวิศวกร STE และ YG-1 Thailand พร้อมช่วยวิเคราะห์หน้างานจริง เพื่อให้ได้ Productivity สูงสุดและต้นทุนต่อชิ้นต่ำที่สุดครับ
เรียบเรียงโดย Somroek Anansitthichok, Tooling Group Marketing Specialist
